orientation
lafibe accueil
dele lfib rouge web
calendrier web
 

Sante_banner

Informations générales
L'orthophonie
Le point écoute
Les poux


เหา


เหาเกิดจากเชื้อปาราสิต

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า Pediculus humanus

แหล่งอาศัย

ศีรษะมนุษย์

สาเหตุการแพร่กระจาย

ศีรษะผู้ที่มีไข่เหาหรือตัวเหาอยู่

รูปแบบการแพร่กระจาย

จากคนสู่คน

จากสิ่งแวดล้อม 

 

การสัมผัสโดยตรงจากศีรษะคนหนึ่งกับศีรษะของอีกคนหนึ่ง เป็นกรณีที่พบบ่อยที่สุด

บางครั้ง ติดต่อโดยผ่านสิ่งของเครื่องใช้ ต่างๆ เช่น หวี หมวก ตุ๊กตา

วงจรชีวิตของเหา  

แบ่งเป็น 3 ระยะ :
ระยะเป็นไข่ จะฟักเป็นตัวอ่อนภายใน 7-10 วัน
ระยะตัวอ่อน จะเจริญเติบโตเป็นเหาโตเต็มวัยภายใน 2 สัปดาห์
ระยะโตเต็มวัย

ความสำคัญของการแพร่กระจาย

ปานกลาง

ระยะเวลาของการติดเหา

จนกว่าไข่เหาหรือตัวเหาจะหมดไป

กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเหา

เด็กอายุระหว่าง 6 -8 ขวบ ที่คลุกคลีอยู่ในกลุ่มเพื่อน

มาตรการในการดูแลร่วมกัน

การกำจัดเหาให้หมดไป

ทำไม่ได้

มาตราการด้านสุขอนามัย

•  เด็กไม่ควรใช้หวีร่วมกัน

• ที่แขวนเสื้อควรเว้นระยะให้ห่างกัน

• ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเหา หรือ ให้คำแนะนำกับผู้ปกครองที่ลูกติดเหา

มาตราการการป้องกัน

(ตามคำแนะนำในการดูแลและข้อควรปฏิบัติของคณะที่ปรึกษาระดับสูงด้านสุขอนามัยแห่ง ประเทศฝรั่งเศส ลงวันที่27 มิถุนายน 2003)

 

1) ใช้วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
2) ตรวจเช็คสมาชิกในครอบครัวและทำการรักษาผู้ที่ติดเหา

• แจ้งผู้ปกครองของชั้นเรียนที่มีเด็กเป็นเหาทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

• ตรวจเช็คนักเรียนทุกคนในชั้นที่มีเด็กเป็นเหา

เหามักพบโดยทั่วไปตามโรงเรียน เหาเกิดจากเชื้อปาราสิต อาศัยอยู่ตามศีรษะ เป็นสาเหตุให้นักเรียนที่เป็นเหามีอาการคันศีรษะและเกาเพื่อลดการคัน เหาเป็นแมลงที่บินหรือกระโดดไม่ได้

เหามีอันตรายไหม

เหาไม่ทำให้เกิดโรคและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้มีเหา และจะต้องแยกแยะระหว่างเหากับญาติๆของมัน ซึ่งได้แก่ ตัวโลนที่พบตามร่างกาย และตัวโลนที่พบบริเวณอวัยวะเพศ

มีเหาเพราะดูแลความสะอาดไม่ดีพอใช่ไหม

ไม่ใช่   ใครๆก็ติดเหาได้ การไม่รักษาความสะอาดไม่ได้เป็นสาเหตุของการมีเหาที่ศีรษะ คนที่สระผม 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็มีโอกาสติดเหาได้เหมือนกับคนที่สระผมสัปดาห์ละครั้งเช่นกัน

เหามีชีวิตอยู่อย่างไร

เหาชอบอาศัยอยู่ในผม ใกล้กับผิวหนังซึ่งมีความอบอุ่น และจะเจาะผิวหนังลงไปเพื่อกินเลือดในปริมาณเล็กน้อยเป็นอาหาร มันจะใช้เท้าเกาะยึดผมไว้ และมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน เมื่อเหาหลุดจากศีรษะ มันจะตายในระยะเวลาอันสั้น เพราะศีรษะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของมันซึ่งมีทั้งความอบอุ่นและความชื้น

เหาตัวเมียจะวางไข่เป็นร้อยฟองตลอดช่วงที่มีชีวิตอยู่ ไข่เหาจะเกาะติดอยู่ที่โคนรากผม มีสารเหนียวๆเป็นตัวยึดเกาะ ไข่จะฟักเป็นตัวโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน

มองเห็นตัวเหาได้อย่างไร

การจะมองหาเหาและไข่เหาทำได้ค่อนข้างยาก

เหามีสีออกน้ำตาลหรือเทา หากต้องการมองเห็นตัวเหา วิธีการที่ดีที่สุดคือทำให้ผมเปียก ชโลมแชมพู แล้วสางผมด้วยหวีตาถี่ๆ หรือด้วยหวีเสนียด  ค่อยๆสางผมทีละปอยผม เอาผ้าหรือกระดาษสีขาวมารองที่ปลายผมไว้  เมื่อเหาตกลงมาก็จะมองเห็น และเมื่อนำหวีไปแช่น้ำล้างในภาชนะที่ใส่น้ำไว้ ก็จะเห็นตัวเหา

ไข่เหาจะเป็นจุดเล็กๆสีขาวหรือออกเทา ติดอยู่ที่โคนรากผม เมื่อแรกเห็น อาจคิดว่ารังแคเป็นไข่เหาได้ แต่รังแคจะหลุดจากเส้นผมอย่างง่ายดายเมื่อเราหวีผม

ทำไมต้องกำจัดเหา

การมีเหาบนศีรษะไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพ แล้วทำไมจะต้องกำกัดเมื่อมีเหา

ประการแรก เด็กบางคนจะรู้สึกรำคาญเพราะอาการคันศีรษะ วิธีที่จะบรรเทาอาการคันได้อย่างถาวรคือ การกำจัดเหาให้หมดไป

ประการต่อมา เหาชอบเดินทาง เหาสามารถเคลื่อนตัวจากศีรษะของคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งเมื่อศีรษะของคนสองคนอยู่ใกล้ชิดกัน ในเวลาสองสามวัน นักเรียนในชั้นอาจติดเหาได้ และสามารถติดไปยังพี่หรือน้อง ญาติ เพื่อนบ้าน และผู้ปกครองได้ จึงควรที่จะกำจัดเหาให้หมดไปอย่างรวดเร็ว

กำจัดเหาอย่างไร

กำจัดเหา               ใช้ยากำจัดเหา หรือใช้หวีเสนียดสางผมที่เปียก

กำจัดไข่เหา           ใช้ยากำจัดไข่เหา บี้ไข่เหา หรือใช้หวีเสนียดจุ่มน้ำส้มสายชูสางผมที่เปียก

การกำจัดไข่เหานั้นยากที่จะกำจัดด้วยการรักษาเพียงครั้งเดียว หลังทำการรักษาครั้งแรกไปประมาณ 10 วันจำเป็นที่จะต้องรักษาอีกครั้ง เพราะไข่เหาจะฟักเป็นตัวในระยะเวลา 7-10 วัน ไข่อ่อนที่สุดจะฟักตัวกลายเป็นเหาในอีกประมาณ10 ดังนั้นหลังจากการรักษาครั้งแรก เหาเกิดใหม่ควรจะถูกกำจัดด้วยการรักษาในครั้งที่สอง เพราะไม่เช่นนั้น ในเวลาสองอาทิตย์ มันจะกลายเป็นเหาโตเต็มวัยและจะเริ่มวางไข่

วิธีใดที่จะกำจัดเหาได้ผล

1) ยากำจัดเหา ที่มีส่วนผสมของ Malathion หรือ Pyrethrine เช่น แชมพู โลชั่น หรือสเปรย์ แต่ควรใช้เมื่อพบตัวเหาเท่านั้น และควรตัวยาใดตัวหนึ่งในการรักษา แล้วรอดูผลการรักษาประมาณ 7-10 วัน หากยังพบตัวเหา ให้รักษาซ้ำ และหากเหายังไม่หมดไป  อาจจะไปใช้ยาอีกตัวหนึ่งรักษาแทน แต่ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยาสองตัวนี้พร้อมกัน เพราะอาจทำให้เหาเกิดการดื้อยาได้

2) Dimethicone สารนี้เป็นเหมือนแผ่นฟิล์มไปเคลือบตัวเหาและทำให้มันตาย

3) น้ำมันสกัดจากธรรมชาติ

4) หวีเสนียดสางผมขณะเปียก  ควรทำซ้ำประมาณ 4 ครั้งทุก 2 สัปดาห์ หากยังพบตัวเหา อาจทำซ้ำ หรือใช้ยากำจัดเหา หรือใช้ Dimethicone ช่วย    การรักษาเช่นนี้จะช่วยลดจำนวนตัวเหาลงได้ 40-60% (ตามผลการวิจัย)

มีวิธีป้องกันการเกิดเหาไหม

มีหลายสูตรใช้น้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่นิยมใช้คือจาก ลาเวนเดอร์ แต่ก็ยังไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาตร์ที่ระบุถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จากน้ำมันสกัดจากพืชในการป้องกันการเกิดเหา   แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้ยากำจัดเหา เช่น แชมพู โลชั่นกำจัดเหา มาใช้ในการป้องกันการเกิดเหา เพราะ นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังอาจเป็นพิษได้หากใช้บ่อยครั้ง

ใครควรจะต้องได้รับการรักษา

รักษาเฉพาะคนที่มีเหาเท่านั้น เมื่อเด็กมีเหา ควรตรวจดูว่าคนรอบข้าง เช่น พี่น้อง พ่อแม่ ญาติ มีเหาด้วยหรือไม่  วิธีที่ดีที่สุดคือ ทำผมให้เปียกและใช้หวีเสนียดสางผม (ดูหัวข้อ “มองเห็นตัวเหาได้อย่างไร”)

ในกรณีที่พบว่าเด็กมีเหา  กรุณาแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ โดยส่งอีเมลมาที่ อนุบาล-ประถม : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  หรือ มัธยม : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. 

หากทำการรักษาไม่ได้ผล จะทำอย่างไร

อาจเป็นได้ และสาเหตุหลักๆที่พบบ่อย คือ

1) ใช้การรักษาด้วยยากำจัดเหา หรือ Dimethicone ไม่ถูกวิธี และบ่อยครั้งที่ไม่หมักผมไว้นานพอ

2) ไม่ทำการรักษาซ้ำ

3) หากใช้หวีสางผม อาจไม่ได้ทำซ้ำ (ทุก 3-4 วัน) หรือนานพอ (หลังจากที่ไม่พบตัวเหาแล้ว จะต้องคอยตรวจดูอีกอย่างน้อย 2 อาทิตย์)

ในการรักษาอย่างถูกต้องด้วยวิธีเดิมอยู่หลายครั้งอาจไม่ได้ผล 100%  ดังนั้นจึงควรลองเปลี่ยนวิธีการรักษาแบบอื่นดูบ้าง

บางครั้งการรักษาได้ผล แต่เด็กกลับไปติดเหามาใหม่ เพราะไปคลุกคลีกับเด็กที่มีเหา ในกรณีเช่นนี้ จึงควรแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ หากเด็กมีเหา โรงเรียนจะเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ และจะได้ทำการตรวจเช็คเด็กและให้คำแนะนำกับผู้ปกครอง